| ธรรมชาติ ได้แก่ หมู่บ้านคลิตี้บนห้วยเสือ ทุ่งนางครวญ เกริงกะเวีย |
 |
| ท่าดินแดง และทิพุเย พบว่า
ระดับตะกั่วที่ปนเปื้อนในดิน พืช ผัก มี |
| ระดับตะกั่วสูงเกินค่ามาตรฐาน มากในหมู่บ้านคลิตี้บนและห้วยเสือ |
| และพบการปนเปื้อนของตะกั่วในสัตว์น้ำสูงเกินค่ามาตรฐานเพียง |
| พื้นที่เดียว คือหมู่บ้านทิพุเย |
| เพื่อแก้ไขปัญหาแร่ตะกั่วเข้าสู่ร่างกายสำหรับประชาชนในหมู่บ้านคลิตี้ล่างที่ได้รับผลกระทบโดยตรง |
| ตรงจากปัญหาแร่ตะกั่วปนเปื้อนในลำห้วยคลิตี้
จากเหตุการณ์รั่วไหลของหางแร่จากโรงแต่งแร่ของบริษัทตะกั่ว |
| คอนเซนเตรทส์
( ประเทศไทย) จำกัดและประชาชนในหมู่บ้านอื่นอีก
6 หมู่บ้านที่อาศัยอยู่ใน พื้นที่ที่สภาพแวด |
| ล้อมมีแร่ตะกั่วปนเปื้อนเช่นกัน จึงควรมีการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจากการปนเปื้อน |
| แร่ตะกั่วในระยะสั้น ประกอบด้วย 1) การควบคุมความเสี่ยงเพื่อไม่ให้การปนเปื้อนแพร่กระจายออกไป 2) การ |
| ลดความเสี่ยงโดยการลดการสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื้อนแร่ตะกั่วโดยการปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะ |
| 3) การให้การรักษาแก่ผู้ได้รับตะกั่วปนเปื้อนในเลือดในระดับที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ และ 4) การ |
| ประชาสัมพันธ์ใหข้อมูลถึงความเสี่ยงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจสภาพปัญหาและระดับความเสี่ยงอย่างถูกต้อง |
| ส่วนมาตรการ ในระยะยาว ประกอบด้วย 1) การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพเพื่อทราบขนาดของผลกระทบ |
 |
2) การเฝ้าระวังโดยการเก็บตัวอย่างในบริเวณเสี่ยงมาวิเคราะห์ การปนเปื้อน |
| ตะกั่วอย่างต่อเนื่อง 3) การตรวจสุขภาพของประชาชนที่อาศัยในบริเวณพื้นที่ |
| เสี่ยงอย่างต่อเนื่องและ 4) การประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลถึงความเสี่ยงเพื่อสร้าง |
| ความเข้าใจแก่ประชาชนในการรับรู้ความเสี่ยงและนำไปสู่การปรับพฤติกรรม |
| ู่ให้เหมาะสมในการ จัดการความเสี่ยง |
|
| ในส่วนของการประเมินความเสียหายด้านสุขภาพที่เป็นผลสืบเนื่องจากการทำเหมืองแร่นั้น |
| สามารถกระทำได้สองวิธี ได้แก่ การประเมินความเสียหายจากค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น |
| ่จริงหรือการประเมินจากความเต็มใจจะจ่ายเพื่อการรักษาพยาบาล เนื่องจากความเสียหายด้านสุขภาพจาก |
| การเจ็บป่วยในบางสถานการณ์ไม่สามารถศึกษาได้จากค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะเหตุผล |
| หลายประการ อาทิ การไม่มีสถานพยาบาลเอกชนให้บริการในพื้นที่ ทำให้ไม่เกิดกระแสเงินไหลเวียนตาม |
| มูลค่าที่ควรเกิดขึ้นจริงดังเช่นกรณี ปัญหาแร่ตะกั่วที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น |
| ด้วยเหตุนี้การศึกษาจึงเลือกใช้วิธีการประเมินมูลค่าจากการวัดความเต็มใจจะจ่ายในการรักษา |
| พยาบาลของประชาชน หรือที่เรียกว่า Contingent Valuation Method |
 |
| (CVM) วิธีการนี้เป็นการคำนวณมูลค่าความเสียหายโดยการสัมภาษณ์ |
| ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงว่ามีทัศนคติ อย่างไรหลังจากที่ได้ทราบว่า |
| ์เกิดปัญหาตะกั่วในสภาพแวดล้อม เพื่อศึกษามูลค่าความเสียหายนั้นมักมี |
| การตั้งคำถามในรูปของ ความเต็มใจที่จะจ่าย (Willingness-To-Pay) |
| ีโดยระดับความเต็มใจจะจ่ายที่ผู้ป่วยตอบนั้นจะสะท้อนระดับความสำคัญ |
| ของปัญหาที่เกิดขึ้นเสมือนว่าหากมีการให้บริการรักษาพยาบาลของสถาน |
| พยาบาลเอกชนในพื้นที่จริง ประชาชนเหล่านั้นพร้อมจะเสียค่าใช้จ่ายมากสุดเท่าไรเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย |
| ครั้งนี้ มูลค่าความเต็มใจจะจ่ายนี้เองจึงสามารถนำมาใช้้ในการศึกษาความเสียหายด้านสุขภาพได้ |
| ผลการศึกษา พบว่า ระดับความเสียหายด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นเพราะการรั่วไหลของ |
กากแร่ตะกั่วสู่ลำห้วยคลิตี้มีมูลค่า13.01 ล้านบาท โดยที่มูลค่าความเสียหายที่เหลืออีก 48.80 ล้านบาท |
เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น เมื่อนำมูลค่าความเสียหาย จากเหมืองแร่ที่เกิดขึ้นตั้งเป็น |
เงินประกันความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมกับ ผู้ประกอบการเหมืองแร่ โดยค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจริง |
ต่อผู้ประกอบการ คือ ค่าเสียโอกาสของเงินประกันจำนวนนี้ ซึ่งถ้าใช้อัตราคิดลดที่แท้จริงเท่ากับ |
ร้อยละ 5 พบว่า ค่าเสียโอกาสหรือค่าดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ผู้ประกอบการต้องสูญเสียไปคิดเป็นมูลค่า |
ปัจจุบันตลอด 25 ปีเท่ากับ 9.17 ล้านบาท ซึ่งเป็นต้นทุนความเสียหายด้านสุขภาพรวมของเหมือง |
บ่องาม 2.14 ล้านบาท และเหมืองสองท่อ-บ่อใหญ่-บ่อน้อย 7.03 ล้านบาท มูลค่าทั้งสองนี้จะนำ |
ไปใช้เป็นมูลค่าความเสียหายด้านสุขภาพของของโครงการ |
|
|