|
ความขัดแย้งในเรื่องที่ดิน เกิดขึ้นทั้งระหว่างหน่วยงานของรัฐ รัฐกับเอกชน และ
|
เอกชนกับเอกชนมีสาเหตุและที่มาของความขัดแย้ง 4 ประการ คือ นโยบายของรัฐไม่มีเอกภาพ ขาดเครือข่าย |
ระบบข้อมูลที่ดินที่ดี คือ นโยบายของรัฐไม่มีเอกภาพ ขาดเครือข่ายระบบข้อมูลที่ดินที่ดี มาตรการควบคุมการ |
| ีีใช้ที่ดินไม่มีประสิทธิภาพ และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการที่ดินได้มีความพยายาม |
| ีแก้ไขความขัดแย้งจากหลายฝ่ายในช่วงเวลาที่ผ่านมา มา ทั้งจากฝ่ายการเมือง คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร |
แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนักเพราะขาดความต่อเนื่องและมีการเปลี่ยน |
|
แปลงรัฐบาลในช่วงเวลาอันสั้น ในส่วนของภาครัฐนั้นได้มีความพยายาม |
ี่ที่จะป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งมาตลอดเวลาอันยาวนาน ในกรณีของ |
ีการบุกรุกเข้าทำกิน ในพื้นที่รัฐสงวน/คุ้มครอง และอนุรักษ์ไว้ รัฐได้มี |
ีนโยบายลดความขัดแย้งโดยการประนีประนอมให้อยู่อาศัยต่อไปได้ |
หรือผ่อนผันให้ทำกินต่อไปตลอดจนมีการจำแนกออกให้เป็นที่ดินทำกินในกรณีของป่าไม้ถาวรหรือยกเลิกเพิกถอน |
ป่าสงวนแห่งชาติิเป็นที่ดินทำกิน โดยการประกาศเป็นเขตปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นอกจากนี้รัฐยังได้มีนโยบาย |
ีให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการที่ดิน เช่น นการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การวางผังเมือง |
การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การรับฟังความคิดเห็น |
 |
ของประชาชน ถึงปัจจุบันรัฐได้มีนโยบายการเร่งรัด กระจายสิทธิ์ที่ดินและการจัด |
การที่ดิน ทำกินพร้อมทั้งสาธารณูปโภคให้แก่คนยากจน โดยกำหนดไว้ในแผน |
บริหารราชการแผ่นดิน 4 ปี (2548-2551) อย่างไรก็ตามการดำเนินงานตามแนว |
คิดและนโยบายต่างๆ ที่ผ่านมาความขัดแย้งและข้อพิพาทเรื่อง ที่ดินยังคงมีอยู่และ |
ดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในขณะที่ชุมชนหลายแห่งในภาคต่างๆ ของ |
|
ประเทศสามารถ แก้ไขปัญหาได้ ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวนี้ จึงมีข้อเสนอเป็นทางเลือกในการลดความขัดแย้ง |
| ี้เรื่องที่ดินลงก็คือให้มี การบริหารจัดการร่วมกันระหว่างรัฐและภาคส่วนอื่นๆ ทางสังคมในลักษณะ |
เครือข่าย โดยภาครัฐควรจะดำเนินการรวม 4 ประการ คือ |
1. กำหนดนโยบายการบริหารจัดการที่ดินที่มีเอกภาพ
|
2. ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดินให้ทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการ
บริหารจัดการรวมทั้งการปรับเปลี่ยนบทบาทเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกใน
การมีส่วนร่วม
|
3. พัฒนากลไกความร่วมมือในการบริหารจัดการที่ดินโดยเฉพาะการจัดทำโครงการพัฒนาที่ดินใน
อนาคตควรดำเนินการร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆในสังคม ทั้ง ภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น หรือผู้มี
มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในลักษณะเครือข่าย
|
4. ปรับปรุงเครือข่ายระบบข้อมูลที่ดินที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเข้าถึงได้
|
|
|
| |
(ที่มา: โสภณ ชมชาญ. 2548. เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการประจำปี 2548 เรื่องสู่สังคมสมานฉันท์. วันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2548 โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี. จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.) |
|
|
|